ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
สิงหาคม 29, 2014, 07:01:20 PM
หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก

ข่าว: ยินดีต้อนรับเข้าสู่ชมรมกีฬายิงปืนจังหวัดอุบลราชธานี

+  Ubon Shooting Board
|-+  ชมรมยิงปืนจ.อุบลราชธานี Webboard
| |-+  เรื่องเล่าของปู่...
| | |-+  พรานทุ่ง ตอน มือใหม่ - ไก่ป่า
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: พรานทุ่ง ตอน มือใหม่ - ไก่ป่า  (อ่าน 5909 ครั้ง)
ปู่ชัย
Global Moderator
Bronze Member
*****
กระทู้: 215



« เมื่อ: พฤศจิกายน 02, 2007, 08:19:29 PM »

                       [size=15pt][/size]

          ตั้งใจว่าจะอัพเดต พรานทุ่งมานานแล้ว แต่ติดภาระกิจ ไหนจะงานหลวง
ในหน้าที่ประจำ ไหนจะงานในหน้าที่พิเศษ จึงผลัดเรื่อยมา มาวันนี้หลังจากเสร็จกีฬาโรงเรียน พอจะมีเวลาเลยเริ่มมานั่งหน้าแป้น รำลึกถึงความหลังตอนเริ่มเล่นปืนใหม่ๆ ยิงนก-ยิงปลาในเขื่อน ขึ้นเขาเข้าป่าตามประสาคนชอบปืน เขาช้าง -เขาสุวรรณ- เขาอีด่าง (เขตติดต่อกับประเทศลาว)ลุยมาหมด สมหวังบ้าง ผิดหวังบ้าง แล้วแต่ดวง บางครั้งขึ้นเขาเป็นอาทิตย์ ไม่ได้อะไรเลย บางครั้งขึ้นไปเพียง 3 วัน ได้ฟาน(อีเก้ง)ลงมา เอาละ นอกเรื่องไปมากแล้ว วกเข้ามาหาหัวเรื่อง มือใหม่ - ไก่ป่า สมัยเริ่มจับปืนใหม่ๆซึ่งตอนนั้นผมยังไม่ประสากับการเป็นพราน เคยแต่ยิงนกตามไร่นา ตามริมเขื่อน หรือไม่ก็ยิงปลาชะโดตามเขื่อน ยังไม่มีประสพการณ์ในการขึ้นภูล่าสัตว์ใหญ่
       เดือนพฤศจิกายนต้นหนาว ฤดูกาลที่ผลไม้บนภู(เขา)เริ่มสุก โดยเฉพาะ "หมากไฮ" อาหารอันโอชะของสัตว์ป่าพวก นกทุกชนิด ฟาน ค่าง ชะนี ลิง กระรอกหม้อ เม่น อีเห็น แต่ลิงไม่ค่อยมีเท่าไร เพราะในเดือนนี้จะมีขนุนป่าสุกพร้อมๆกัน ส่วนมากแล้วหากมีขนุนป่าสุกในระแวกใกล้เคียงลิงจะเลือกกินขนุนป่ามากกว่าหมากไฮ โรงเรียนเพิ่งปิดเทอม หลังกินข้าวเช้าเสร็จ ผมเอาเปลมานอนพักผ่อนอยู่หลังบ้าน กำลังคิดว่าปิดเทอมปีนี้ จะมาลูก- เมีย ไปเที่ยวพักผ่อนสมองทางเหนือ ไปดูทุ่งบัวตองดีใหม พร้อมทั้งคิดคำนวณค่าใช้จ่ายในการไป กะวัน - เวลา ให้เหมาะนัดลูกๆมาพร้อมกัน ความคิดกำลังดีก็มาสะดุดกับเสียงเรียกจากภรรยา
   "พี่ๆมีคนมาหา" เสียงเรียกจากภรรยาที่หน้าบ้านดังมาเข้าหู
     "ใครวะ มาหาแต่เช้า" ผมคิดในใจ
พอเดินออกมาพบที่หน้าบ้านปรากฎว่าเป็นพรานสี พรานใหญ่คู่ใจจากบ้านห้วยเดื่อ ในใจผมคิดต่อ คงไม่ได้ไปเที่ยวภาคเหนือดูทุ่งบัวตองละปีนี้ ซึ่งก็เป็นจริงดังผมคาดไว้ หลังจากทักทาย ปราศัย ถามสาระทุกข์สุกดิบกันพอหอมปากหอมคอ พรานใหญ่ก็เอ่ย
    "หมากไฮกำลังสุก นกกำลังเข้า ผมเพิ่งลงมาจากการไปสำรวจบนภูอีด่าง(เขตติดต่อกับประเทศลาว)
     ยังไม่ทันได้ถาม พรานใหญ่ก็พูดต่อ "เที่ยวนี้เราจะไปไกลหน่อย
   "มันอยู่พิกัดไหน" ผมถามด้วยความอยากรู้
    " เลยตีนอีด่างเข้าไปหน่อย แถวๆถ้ำเกิ้ง" เสียงตอบมาจากพรานใหญ่
    " เราจะไปสัก 2 อาทิตย์ อาจารย์เตรียมให้พร้อมก็แล้วกัน"  "ผมบอกพรรคพวกหมดแล้ว" พรานใหญ่พูดต่อโดยที่ผมไม่ต้องถาม เหมือนจะเดาใจผมออก
    "มีใครบ้าง" ผมถามด้วยความอยากรู้
     " ดาบโนช. จ่าสีทน(จ่าทหารเดนตายจากช่องบก) พรานสอน(พรานมือ 2) ตัวพรานสีเอง ตัวผม พี่อาวุธ ครูเอี๊ยะ รวมทั้งหมดก็ 7 คน ล้วนแต่เป็นทีมเก่าทั้งนั้น" พอได้ยินชื่อเพื่อนพ้องน้องพี่ขึ้นมาใจผมก็คึก ไม่พักก็ไม่พักวะ ผมคิดในใจ ลุยเป็นลุย
    "จะขึ้นวันไหน" ผมถามต่อ
    "วันศุกร์นี้ " เสียงพรานใหญ่ตอบอย่างหนักแน่น"
     "ฮ้า! ผมอุทานด้วยความตกใจ "ก็พรุ่งนี้นะซิ แล้วผมจะเตรียมตัวทันเหรอ"
     พรานใหญ่ตอบว่า
    " ทันน่าอาจารย์ " "เราก็รู้อยู่แล้วว่าจะเอาอะไรบ้าง. มือเก่าทั้งนั้น"
เราคุยกันต่ออีกพักหนึ่ง พรานใหญ่ก็ลากลับ ก่อนกลับหันมาพูดกับผมว่า
   "อาจารย์เที่ยวนี้เอากระสุนไปมากๆหน่อยนะ ลูกซองผมมีพอ ต้องการแต่ลูกกรด"
    "ทำไมละ ? ผมถามด้วยความสงสัย
    " อาจต้องอยู่ยาว เพราะต้นไฮ(ไทรป่า)แถวนั้นจะสุกเรียงกัน สัตว์ป่าคงเยอะ"
     " ไม่เป็นไร ไม่ต้องห่วง" ผมตอบให้แกมั่นใจ
  เมื่อพรานใหญ่กับ ผมรีบกุลีกุจอจัดหา เตรียมสัมภาระสิ่งของขึ้นภูตามความจำเป็นของการครองชีพในป่า น้ำตาลทราย หอมแห้ง น้ำปลา(เอาใส่ถุงพลาสติค 2 ชั้นกันแตก) เกลือ กระเทียม ข้าวคั่ว ยากันยุง ดี.ดี.ที ทีขาดไม่ได้คือเหล้าขาว(ใช้กินฆ่าเชื้อมาลาเรีย ภูมิปัญญาชาวบ้าน)
         วันรุ่งขึ้น(วันศุกร์) ตามฤกษ์ที่กำหนด 9.00 น. เราเริ่มเคลื่อนขบวน พรานสีซึ่งเป็นพรานใหญ่นำหน้า ดาบโนช จ่าสีทน พี่อาวุธ ผมเอง เอี๊ยะซิงซุน และพรานสอน มือรองจากพรานใหญ่คัดท้าย ออกเดินตามเส้นทางจาก บ้านพลาญชัย สู่อีด่าง(สมัยก่อนต้องเดินอย่างเดียว) เป้าหมายพักกินข้าวเที่ยงที่ทุ่งหลวง (เขตติดต่อกับลาว เป็นของไทยครึ่งหนึ่ง- ของลาวครึ่งหนึ่ง ไม่รู้ฝรั่งเศสมันแบ่งอย่างไร )แรกๆเราก็คุยกันเสียงดัง เพราะยังอยู่ในเขตทุ่งราบ มีห้วยเขาเล็กน้อยสลับเป็นระยะ พรานใหญ่นำทางลัดเลาะไปเรื่อย เสียงคุยกันยังดังอยู่ แต่ลดเสียงลงหน่อยอาจจะเป็นเพราะความเหนื่อย พอเข้าเขตป่าทึบ พวกเรารู้โดยสัญชาติญาณการเดินป่าว่า ต้องเงียบ ไม่จำเป็นไม่พูดกัน ใช้มือเป็นสัญลักณ์บอกการเคลื่อนไหว เพราะถ้าพูดเสียงดังสัตว์ป่าจะตื่น ลำพังกลิ่นของมนุษย์สัตว์ป่าก็ตื่นพอแล้วถ้าได้ยินเสียงพูดยิ่งไปกันใหญ่ แม้แต่บุรี่- เยี่ยวของคน ยังต้องเก็บอย่างดี(จะพูดถึงตอนหลัง) บ่ายโมงเราก็ถึงทุ่งหลวง พรานใหญ่พาเราพักกินข้าวเที่ยงที่ลำห้วยเล็กๆ ใช้เวลากินข้าว+พักผ่อน ประมาณ 45 นาที ก็ออกเดินทางต่อ เพราะเป้าหมายยังอีกไกล ท่ามกลางป่าดงดิบที่แสงอาทิตย์ส่องไม่ถึงพื้น อากาศเย็นออกจะหนาว จากป่าทึบออกสู่ป่าไผ่ เสียงไก่ป่าขันแว่วมาแต่ไกล พรานใหญ่บอก แถวนี้ไก่ป่าเยอะ พ้นจากนี้จะเข้าสู่ป่าทึบอีกที จะเป็นดงขนุนป่า ลูกน้องหนุมาณจะมากินขนุนป่าเยอะถ้ามันสุก เราต้องเตรียมตัวให้พร้อม การเดินต้องเดินเรียงตัวอย่าออกนอกแถว ให้เดินเหยียบรอยกัน อย่าพูดอะไรเด็ดขาด ให้ใช้ภาษาใบ้เอา เดินไปอีกสักครู่ใหญ่(สักครู่แม้ว )พรานใหญ่หันมาให้สัญญาณหยุด กวักมือเรียกดาบมาโนช จ่าสีทน.เดินตามแกขึ้นไป พรานสอนสั่งให้ ผม พี่อาวุธ .เอียะซิงซุน.หลบเข้าหลังต้นไม้ใหญ่
  "ใครเห็นเป้าหมายชัดเจนให้ยิงได้เลย" เสียงพรานสอน พรานมือรองสั่งพวกผม
ทุกอย่างเสียบสงบ หัวใจของผมเต้นระรัว ตามประสาพรานใหม่ ได้ยินแต่เสียงนกแซงแซว เจ้าปากปอนประจำป่าแหกปากร้องเตือนภัยเหล่าลิงที่กำลังกินขนุนป่าสุกอย่างเพลิดเพลิน
   " เปรี้ยง! เสียงเจ้า .22 ซีแซด ของใครไม่รู้ดังขึ้นก่อน เกือบพร้อมกับเสียง ปัง! ของลูกซองพรานใหญ่ เว้นระยะอีกนิดเดียวเสียงดังเหมือนของตกจากที่สูงก็ดังขึ้น พร้อมเสียงแตกตื่นโกลาหลของเหล่าลูกน้องหนุมาณดังเหมิอนป่าแตก ปลายไม้สูงลิบลิ่วสั่นสะท้าน ฝูงลิงทั้งหมดมุ่งหน้ามาที่พวกผมหลบอยู่ เจ้าหัวหน้าฝูงซึ่งตัวใหญ่กว่าเพื่อน มุ่งตรงมาที่ผม และแล้วผมก็ได้เห็นในสิ่งที่ผมไม่เคยเห็น ตัวหัวหน้ายืนบงการสั่งให้ลูกน้องหนีไปก่อน ตัวของมันเองทำหน้าที่เหมือนตำรวจจราจรส่งคนข้ามถนน ตัวแล้วตัวเล่า ขณะที่ผมกำลังดูอย่างตกตะลึงในความเป็นผู้นำอย่างกล้าหาญของมันอยู่
 "เปรี้ยง! เสียงซีแซดของเอี๊ยะซิงซุน ครูหนุ่มมือฉมังดังขึ้น ทำให้สมาธิของผมกลับคืนมา ลูกน้องพญาวานรตัวที่กำลังลังจะข้ามไปโดนเข้าอย่างจัง หลุดจากมือหัวหน้าลงสู่พื้น ตัวหัวหน้าเผ่นเข้าแนบกับกิ่งไม้ใหญ่ บังตัวไว้จนมิด ความชุลมุนวุ่นวายเกิดขึ้นอีกครั้ง แต่ไม่นานทุกอย่างก็เงียบสงบ ความเงียบเข้าปกคลุมป่าอีกครั้ง เสียงนกแซงแซวเจ้าปากบอนประจำป่าก็หายไป ผมใจเต้นระทึก กลัวพวกเราจะเคลิ่อนไหว เพราะผมเห็นตัวหัวหน้าแนบอยู่กับลำต้นไม้แต่เป้ายังไม่ชัดเจน ได้แต่เล็งปืนไว้ พรานสอน พรานมือสองแกคงจะเห็นเหมือนผม แกจึงให้สัญญาณกับคนอื่นให้อยู่นิ่งๆ เวลาผ่านไปประมาณ 15 นาที ผมก็ได้เห็นในความฉลาดของพญาวานรอีก มันไม่เอาตัวออกมา เอาแต่หน้าค่อยๆเลื่อนใพ้พ้นต้นไม้ใหญ่ออกมามามองดู แล้วรีบเอาหน้าเข้าไปแนบกับต้นไม้เหมือนเดิม เวลาที่มันใช้เลื่อนหน้าออกมาประ 5 วินาที ผมใช้เวลามองมันอยู่ด้วยใจระทึก เมื่อเห็นทุกอย่างเงียบ มันเริ่มชะล่าใจ เพิ่มเวลาในการเอาหน้าออกมาเรื่อยๆ แต่สุดท้ายจะอยูที่ประมาณ 10วินาที แค่นี้ก็พอแล้วสำหรับผม ผมเริ่มเล็งด้วยความมั่นใจ และเมื่อครั้งสุดท้ายที่มันโผล่หน้าออกมา ผมเล็งไปที่หน้าผากทีโผล่พ้นกิ่งไม้ใหญ่
   " เปรี้ยง!" เสียงเจ้าซี.แซด.คู่ใจของผมดังขึ้น พญาวานรสะดุ้งเฮือก กระตุกตัวหล่นจากกิ่งไม้ใหญ่ แต่ยังไว้ลายหัวหน้าฝูง สาวมือไปจับกับเครือไม้ไว้แน่น ตัวห้อยโตงเตงยังไม่หล่นลงมา
    " เปรี้ยง!" ผมซ้ำอีกเป็นนัดที่ 2 ครั้งนี้ผมเล็งไปที่เหยียบขึ้น ได้ผลกระสุน.22 หัวระเบิด ตัดขั้วหัวใจของพญาวานรพอดี เสียงหล่นลงกับพื้นดังตู๊บใหญ่ พรานใหญ่ จ่าสีทน ดาบโนช ออกมาจากข้างต้นไม้ พรานใหญ่กล่าวกับผมว่า "เป็นไปตามกฎของป่า พรานใหม่มักจะประสพผลสำเร็จ"
   "อาจารย์นิ่งจริงๆ" เสียงพรานสอน พรานมือรองกล่าวชมผม
   "นิ่งอะไร ใจผมเต้นจะตาย" ผมกลาวตอบแกอย่างเขินๆในคำชม
    "น้อยคนนะจะทำได้" แกชมไม่หยุด "ผมได้ยินต่อคนอื่นพูดถึงอาจารย์ วันนี้ได้เห็นของจริง"
    "มันฟลุ๊คน่าลุงสอน" ต่อไปผมอาจจะเหลวก็ได้" ผมตอบแก
เป็นอันว่าวันนั้นก่อนถึงทับ(ที่พัก) เราได้สัตว์ใหญ่ไปแล้ว 3 ตัว ของพรานใหญ่ 1 เอี๊ยะซิงซุน 1และของผมอีก 1 เรานั่งพักผ่อน ดื่มน้ำ สูบบุรี่ คุยกันในความสำเร็จอย่างเบาๆ ประมาณบ่ายสองครึ่ง พรานใหญ่ก็สั่งเคลื่อนขบวนเข้าสู่จุดหมายปลายทางต่อไป

                                                                          ยังมีต่อ
     
   


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 02, 2007, 08:47:19 PM โดย ปู่ชัย » บันทึกการเข้า
thatako
Junior
*
กระทู้: 5



« ตอบ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 09, 2010, 11:30:31 AM »

  ผมยอมรับว่าอ่านแล้วรู้สึกไม่ดี ไม่รู้นะครับว่าทำไม แต่คิดดูแล้วว่าเราไม่น่าไปรบกวนมัน ผมยังชมในใจเลยว่าปู่ยังชื่นชมจ่าฝูงว่าเก่งสมเป็นผู้นำ  ผมว่าเราบุกรุกบ้านคนอื่นมันก็พอสมควรแล้วแถมเราไปทำร้ายเจ้าของบ้านด้วย ผมต้องขอโทษปู่ด้วยที่ไม่เห็นด้วยและทำให้ไม่สบายใจ อยากเห็นปู่ใจดี


* Picture 235.jpg (82.9 KB, 640x480 - ดู 1352 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 09, 2010, 03:19:29 PM โดย thatako » บันทึกการเข้า
หน้า: [1] พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.15 | SMF © 2006-2008, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!